ประเทศ สิงคโปร์

Singapore

 

Singapore Education Awards 2008 Logo

สิงคโปร์ 
เป็นประเทศผู้นำทางการศึกษาที่มีคุณภาพอีกแห่งหนึ่งของโลกในปัจจุบัน   และด้วยภูมิประเทศที่เป็นระเบียบ สะอาด ปลอดภัย  อยู่ใกล้ประเทศไทย รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง จึงไม่น่าแปลกที่ประเทศสิงคโปร์จะได้รับความนิยมจากนักศึกษาไทยในการไปศึกษาต่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ที่สำคัญนักเรียนสามารถมั่นใจได้ว่าเมื่อมีโอกาสมาศึกษาที่สิงคโปร์แล้ว สิ่งที่นักเรียนจะได้รับนั้นไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังได้ความรู้รอบตัวอีกด้วย

 

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ เลอร์นนิ่ง เคิร์ฟ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาสิงคโปร์ประจำประเทศไทย (Best Singapore Education Specialist 2008, Thailand)  ได้แนะนำนักเรียนไทยไปเรียนในประเทศสิงคโปร์ เราได้เห็นนักเรียนไทยมากมายมีพัฒนาการไปในทางที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านการเรียน การใช้ภาษาอังกฤษ และการพัฒนาทางวุฒิภาวะ จากประสบการณ์ที่เราได้พบมานี้ ทำให้เรามีความมั่นใจว่า นักเรียนไทยของเราสามารถเติบโตได้ดีในระบบการเรียนของสิงคโปร์และสามารถใช้ความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนในสิงคโปร์ไปต่อยอดทางการศึกษาในสถาบันชั้นนำของโลกได้อย่างง่ายดาย

  

เหตุผลที่ควรศึกษาในประเทศสิงคโปร์

  • การเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่ยอดเยี่ยม แหล่งรวมสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก จุดเด่นของระบบการศึกษาที่สิงคโปร์คือการสอนสองภาษาในโรงเรียน (ภาษาอังกฤษและภาษาจีนกลาง) สำหรับการศึกษาในระดับสูงหรือขั้นอุดมศึกษานั้น นอกจากมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์เอง 3 แห่งแล้ว ยังมีมหาวิทยาลัยระดับ 1 ใน 10 ของโลกเข้ามาเปิดหลักสูตรการสอนและเปิดสถาบันวิจัย ดังเช่น INSEAD มหาวิทยาลัยชั้นนำของฝรั่งเศส Massachusetts Institute of Technology และมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านธุรกิจ University of Chicago Graduate School of Business
  • เศรษฐกิจที่มั่นคง ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะมีขนาดเล็กและมีจำนวนประชากรเพียง 4 ล้านคน แต่รายได้ประชาชาติมีถึง 160 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นท่าเรือที่สำคัญของโลก
  • สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อม การติดต่อกับสิงคโปร์นั้นสามารถทำได้ทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศ รวมทั้งการโทรคมนาคมจากทุกแห่งในโลก ท่าอากาศยานแห่งชาติชางงีของสิงคโปร์สามารถรองรับสายการบินมากกว่า 60 สายการบินที่บินไป 145 ประเทศทั่วโลก และยังเป็นท่าอากาศยานที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลกติดต่อกันหลายปี นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่มีการติดตั้งสายโทรศัพท์มากที่สุดในเอเชีย โดยเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เนต 42% ด้วยเหตุที่รัฐบาลต้องการกระตุ้นให้ประชาชนในประเทศมีอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ 85% ของชาวสิงคโปร์อาศัยอยู่ในที่พักที่รัฐบาลเป็นผู้สร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่มากมายในเกาะได้รับการยอมรับเช่นเดียวกับสาธารณูปโภคว่ามีคุณภาพและทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคมนาคมขนส่งภายในเกาะ ที่ขณะนี้ได้มีการแนะนำให้ประชาชนใช้ EZ-link card การ์ดรุ่นใหม่ที่ประชาชนไม่จำเป็นต้องสอดเข้าเครื่องอีกต่อไป เพียงวางการ์ดให้เครื่องอัตโนมัติอ่าน เครื่องจะทำหน้าที่ตัดเงินให้ และสามารถใช้ไดกับทั้งรถประจำทางและรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างสำคัญว่ารัฐบาลต้องการให้ประชาชนได้รับบริการจากการขนส่งที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น
  • ความหลากหลายของเชื้อชาติที่ผสมผสานอย่างลงตัวและคุณภาพชีวิตที่ดี สิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีคนจากหลากหลายเชื้อชาติ เช่น จีน มาเลย์ อินเดีย และลูกครึ่งระหว่างชาวเอเชียและชาวยุโรปมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบและไม่มีปัญหาขัดแย้งเรื่องชนชาติระหว่างกัน โดยที่ทุกเชื้อชาติยังดำรงไว้ซึ่งวิถีการดำเนินชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมของตนไว้อย่างเคร่งครัด
  • ชีวิตที่หลากหลาย สิงคโปร์อาจจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนแผ่นที่โลก แต่จุดเล็กๆนี้ก็เพียบพร้อมไปด้วยกิจกรรมและสถานที่มากมายที่น่าสนใจ การได้ลิ้มรสอาหารที่อร่อยๆและการช้อปปิ้งเป็นกิจกรรมที่นิยมมากในหมู่ชาวสิงคโปร์ จึงไม่น่าสงสัยเลยว่า กิจกรรมเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าสิงคโปร์มีอาหารที่หลากหลายและแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัยมากเพียงใดสำหรับสนองความต้องการของคนในประเทศและนักท่องเที่ยว

แผงผังระบบการศึกษา สิงคโปร์

ระบบการศึกษาของประเทศสิงคโปร์

ระบบการศึกษาของประเทศสิงคโปร์ เข้มข้นมากตามมาตรฐานสากล เราเชื่อว่าการศึกษาอย่างเอาจริงเอาจัง สามารถที่จะพัฒนาศักยภาพของเด็กได้อย่างเต็มความสามารถ โดยทั่วไปแล้วเด็กอายุ 4 ปี จะได้รับการศึกษาในโรงเรียนอนุบาล อายุ 7 ปี เข้าเรียนในชั้นประถมศึกษา อายุ 13 ปี เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา และเรียนในระดับจูเนียร์ คอลเลจ โพลีเทคนิค หรือ สถาบันวิชาชีพเฉพาะเมื่ออายุ 17 ปี อีก 2-3 ปีต่อมา ก็จะสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในประเทศหรือต่างประเทศ การเรียนจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก และภาษาแม่ ได้แก่ จีน มาเลย์ และภาษาทามิล

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) สำหรับหน้าเรียนต่อสิงคโปร์

ทำไมจึงควรเลือกไปเรียนต่อที่ประเทศสิงคโปร์?

สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับโลกที่มีมาตรฐานวิชาการสูง มีความปลอดภัย สะอาด และอยู่ใกล้ประเทศไทย นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการเรียนและค่าครองชีพยังสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับประเทศในแถบตะวันตก

ภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนหลักในสิงคโปร์คือภาษาอะไร?

ภาษาหลักที่ใช้ในการเรียนการสอนคือภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ระบบการศึกษาของสิงคโปร์เน้นการเรียนแบบสองภาษา (Bilingual System) โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ภาษาแม่เพิ่มเติม เช่น ภาษาจีนกลาง ภาษามาเลย์ หรือภาษาทมิฬ

นักเรียนไทยที่จะไปเรียนต่อที่สิงคโปร์เริ่มเข้าเรียนในแต่ละระดับชั้นเมื่ออายุเท่าไหร่?

โดยทั่วไป นักเรียนไทยที่ไปเรียนต่อที่สิงคโปร์จะเข้าเรียนตาม อายุที่เหมาะสมของแต่ละระดับชั้น ดังนี้

  • อนุบาล (Preschool) Nursery 3 ปี
    • Kindergarten 1 (K1) 4 ปี
    • Kindergarten 2 (K2) 5 ปี
    • ประถมศึกษา (Primary)
    • Primary 1 6–7 ปี
    • Primary 2 7–8 ปี
    • Primary 3 8–9 ปี
    • Primary 4 9–10 ปี
    • Primary 5 10–11 ปี
    • Primary 6 11–12 ปี
  • มัธยมศึกษา (Secondary) Secondary 1 12–13 ปี
    • Secondary 2 13–14 ปี
    • Secondary 3 14–15 ปี
    • Secondary 4 15–16 ปี
  • เตรียมมหาวิทยาลัย
    • Junior College Year 1 / IB Year 1 16–17 ปี
    • Junior College Year 2 / IB Year 2 17–18 ปี
  • อุดมศึกษา
    • Diploma (Polytechnic/Private) 16–18 ปี
    • ปริญญาตรี (Bachelor’s Degree) 18–19 ปีขึ้นไป

สำหรับ นักเรียนไทย เส้นทางที่พบได้บ่อยคือ

  • ประถม: เข้า Primary 2–5 ผ่านการสอบ AEIS (Primary 6 โดยทั่วไปไม่เปิดรับนักเรียนใหม่) หรือสอบเข้าโรงเรียนนานาชาติเอกชน/นานาชาติที่รับตรงตามเกณฑ์ของโรงเรียน
  • มัธยม: เข้า Secondary 1–3 ผ่าน AEIS หรือสอบเข้าโรงเรียนนานาชาติเอกชน/นานาชาติที่รับตรงตามเกณฑ์ของโรงเรียน
  • มัธยมปลาย: เข้าเรียนหลักสูตร IB, A-Level หรือ Foundation เมื่ออายุประมาณ 16 ปี
  • มหาวิทยาลัย: หลังจบ ม.6 ของไทย / GED สามารถเข้าศึกษา Foundation, Diploma หรือปริญญาตรีได้ ขึ้นอยู่กับผลการเรียนและคุณสมบัติของแต่ละสถาบัน
การสอบ AEIS คืออะไร และจำเป็นสำหรับการเข้าโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์หรือไม่?

AEIS (Admissions Exercise for International Students) คือการสอบกลางที่จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ (MOE) เพื่อคัดเลือกนักเรียนต่างชาติเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลระดับประถมศึกษาปีที่ 2-5 และมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โดยเน้นสอบวิชาภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์

นักเรียนระดับประถมหรือมัธยมศึกษาจำเป็นต้องมีผู้ปกครองท้องถิ่น (Local Guardian) หรือไม่?

จำเป็น สำหรับนักเรียนต่างชาติที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และไม่ได้พักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ จะต้องมีผู้ปกครองท้องถิ่นที่เป็นพลเมืองสิงคโปร์หรือผู้ถือใบอนุญาตทำงาน (PR/EP) ทำหน้าที่ดูแลสวัสดิภาพ ติดต่อกับทางโรงเรียน และเซ็นเอกสารยินยอมต่างๆ

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อปี (ค่าเรียน + ค่าครองชีพ) สำหรับแต่ละระดับชั้นอยู่ที่เท่าไหร่?
  • ระดับประถม-มัธยมศึกษา: ประมาณ 800,000 – 1,600,000 บาท/ปี (ขึ้นอยู่กับว่าเป็นโรงเรียนรัฐบาล เอกชน หรือนานาชาติ)
  • ระดับปริญญาตรี-ปริญญาโท: ประมาณ 600,000 – 1,200,000 บาท/ปี (ขึ้นอยู่กับสถาบันและสาขาวิชา)
การสมัครเรียนระดับปริญญาตรีและปริญญาโท จำเป็นต้องมีคะแนน IELTS หรือไม่?

โดยทั่วไปสถาบันการศึกษาจะกำหนดผลคะแนน IELTS อยู่ที่ประมาณ 5.5- 6.5 สำหรับปริญญาตรี และ 6.0 – 7.0 สำหรับปริญญาโท อย่างไรก็ตาม หากนักเรียนจบจากหลักสูตรนานาชาติ หรือลงเรียนหลักสูตรปรับภาษา (English Pathway) ของสถาบันก่อน ก็อาจได้รับการยกเว้นคะแนนได้

นักเรียนต่างชาติสามารถทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนที่สิงคโปร์ได้หรือไม่?

นักเรียนในมหาวิทยาลัยรัฐบาล และ โพลีเทคนิค สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้ไม่เกิน 16 ชั่วโมง/สัปดาห์ ในช่วงเปิดเทอม และทำได้ไม่จำกัดในช่วงปิดเทอม ส่วนนักเรียนในโรงเรียนเอกชน สถาบันภาษา หรือระดับประถม-มัธยม จะไม่อนุญาตให้ทำงานตามกฎหมายสิงคโปร์

ช่วงเวลาเปิดรับสมัครเรียน (Intake) ของสิงคโปร์มักจะอยู่ในช่วงเดือนไหนบ้าง?
  • โรงเรียนรัฐบาล (ประถม-มัธยม): เปิดเทอมหลักในเดือนมกราคม
  • โรงเรียนเอกชนและนานาชาติ: มีรอบเปิดรับสมัครหลายรอบต่อปี (เช่น มกราคม, เมษายน, กรกฎาคม, ตุลาคม)
  • มหาวิทยาลัยรัฐบาล: รอบหลักจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม/กันยายน และรอบรองในช่วงเดือนมกราคม/กุมภาพันธ์
  • มหาวิทยาลัยเอกชน/นานาชาติ: มีเปิดรับสมัครหลายรอบต่อปี ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบัน
ที่พักสำหรับนักเรียนในสิงคโปร์มีรูปแบบใดบ้าง และ Learning Curve ช่วยจัดหาให้หรือไม่?

รูปแบบที่พักมีทั้ง หอพักนักเรียน (Student Hostel), คอนโดมิเนียม/อพาร์ตเมนต์เช่าร่วม และโฮมสเตย์ (Homestay) ที่มีผู้ดูแล ซึ่ง Learning Curve มีบริการช่วยแนะนำและจัดหาที่พักที่ปลอดภัย เหมาะสมกับงบประมาณและวัยของนักเรียน

หากนักเรียนยังมีพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง สามารถไปเรียนต่อที่สิงคโปร์ได้หรือไม่?

สามารถไปได้ โดยนักเรียนสามารถลงเรียนหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ (Intensive English Course) กับสถาบันสอนภาษาหรือศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยก่อนเข้าเรียนหลักสูตรหลักได้

การไปเรียนต่อที่สิงคโปร์ต้องใช้วีซ่านักเรียนหรือไม่?

จำเป็นต้องใช้ สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ลงเรียนหลักสูตรเต็มเวลา จะต้องยื่นขอวีซ่านักเรียน (Student’s Pass) โดยทีมงานของ Learning Curve จะดูแลและให้ความช่วยเหลือในทุกขั้นตอนการเตรียมเอกสารและยื่นวีซ่า

ขั้นตอนการเตรียมตัวยื่นสมัครเรียนจนถึงวันเดินทางไปสิงคโปร์ ใช้เวลานานเท่าไหร่?

แนะนำให้เริ่มเตรียมตัวล่วงหน้าประมาณ 3 – 6 เดือน เพื่อจัดเตรียมเอกสาร สมัครเรียน รอผลการตอบรับ และยื่นขอวีซ่านักเรียน (Student’s Pass) ซึ่งใช้เวลาอนุมัติวีซ่าประมาณ 2 – 4 สัปดาห์

ระดับปริญญาตรี/โทมีทุนอะไรบ้าง?

มหาวิทยาลัยและสถาบันในสิงคโปร์มีทุนหลายประเภท เช่น

  • Merit Scholarship
  • Academic Excellence Scholarship
  • International Student Scholarship
  • Early Bird Scholarship
  • Partner Scholarship (ผ่านตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้ง)
  • ทุนวิจัย (สำหรับปริญญาโท)

มูลค่าทุนอาจเป็นส่วนลดค่าเล่าเรียนตั้งแต่ 10–100% แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละสถาบัน

 

ข้อควรรู้

  • ทุนการศึกษาและเงื่อนไข เปลี่ยนแปลงในแต่ละปีและแตกต่างกันในแต่ละสถาบัน
  • การได้รับทุนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้สมัครและการพิจารณาของสถาบัน
  • ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับสถาบันที่สนใจหรือปรึกษาที่ปรึกษาด้านการศึกษาก่อนสมัคร
Learning Curve ให้บริการแนะแนวการศึกษาต่อสิงคโปร์ในระดับใดบ้าง?

Learning Curve ให้บริการแนะแนวและดำเนินการสมัครเรียนครอบคลุมทุกระดับ ได้แก่ ระดับอนุบาล., ประถมศึกษา, มัธยมศึกษา, Foundation, Diploma, ปริญญาตรี, ปริญญาโท, หลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษ และโครงการซัมเมอร์ (Summer Programs) และช่วยยื่นวีซ่าฟรี โดยไม่มีการคิดค่าบริการแนะแนวเพิ่มเติมจากผู้ปกครองและนักเรียน