เรียน Engineering ใน Singapore มีที่ไหนเด่น!

เรียน Engineering ใน Singapore มีที่ไหนเด่น! l Learning Curve


เรียน Engineering ใน Singapore มีที่ไหนเด่น! l Learning Curve

เรียน Engineering ใน Singapore มีที่ไหนเด่น!

ถ้าพูดถึงการเรียนต่อสาย Engineering (วิศวกรรมศาสตร์) ในเอเชีย สิงคโปร์ คือ จุดหมายระดับท็อปของโลกอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เพราะนอกจากหลักสูตรจะทันสมัยแล้ว มหาวิทยาลัยที่นี่ยังมีคอนเนกชันที่เหนียวแน่นกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับสากล
สิงคโปร์มีมหาวิทยาลัยรัฐ (Autonomous Universities) ที่โดดเด่นด้านวิศวกรรมศาสตร์อยู่ 4 แห่งหลักๆ ซึ่งแต่ละแห่งมี “DNA” และจุดขายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ค่ะ
.

4 มหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ระดับท็อปในสิงคโปร์

ความโดดเด่น: เป็นพี่ใหญ่ที่ครองตำแหน่ง Top 10 ของโลก ด้าน Engineering & Technology อย่างเหนียวแน่น ล่าสุดได้มีการควบรวมคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้ากับคณะการออกแบบและสิ่งแวดล้อม เกิดเป็นวิทยาลัย CDE เพื่อเน้นการเรียนรู้แบบข้ามสายวิชา (Interdisciplinary) ให้เข้ากับยุคสมัย
สาขาขึ้นชื่อ: Civil Engineering, Chemical Engineering, Mechanical Engineering และ Electrical Engineering (หลายสาขาติดอันดับ Top 10 ของโลก)
สไตล์การเรียน: เน้นทฤษฎีวิชาการขั้นสูง ควบคู่กับการวิจัยระดับโลก เหมาะสำหรับคนที่ชอบความท้าทาย อยากได้โปรไฟล์พรีเมียมเพื่อไปทำงานหรือต่อยอดปริญญาโท-เอกในสถาบันระดับโลกต่อ
.
เรียน Engineering ใน Singapore มีที่ไหนเด่น! l Learning Curve
ความโดดเด่น: คู่แข่งตลอดกาลของ NUS และเป็นหนึ่งในคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ติดอันดับ Top 15 ของโลก) จุดเด่นคือมีห้องแล็บและศูนย์วิจัยที่ล้ำสมัยมาก และมี Corporate Labs ร่วมกับบริษัทระดับโลก เช่น Rolls-Royce, BMW Group และ HP ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสเทคโนโลยีระดับอุตสาหกรรมของจริง
สาขาขึ้นชื่อ: Materials Science (วัสดุศาสตร์ – อันดับต้นๆ ของโลก), Electrical & Electronic Engineering, Aerospace Engineering
สไตล์การเรียน: เน้นนวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม บรรยากาศ Campus จะมีความเป็น Tech และล้ำสมัยมากๆ
.
เรียน Engineering ใน Singapore มีที่ไหนเด่น! l Learning Curve
.
ความโดดเด่น: มหาวิทยาลัยสายเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ตั้งขึ้นโดยความร่วมมือกับ MIT (USA) หลักสูตรที่นี่จะไม่แบ่งเป็นสาขาวิศวกรรมแบบดั้งเดิม แต่จะเรียนผ่าน 4 เสาหลัก (Pillars) ที่บูรณาการวิศวกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบ (Design-Thinking) เข้าด้วยกัน
สาขาเด่น (4 Pillars): *
  • EPD (Engineering Product Development): เน้นสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์/หุ่นยนต์
  • ESD (Engineering Systems and Design): เน้นการวิเคราะห์และออกแบบระบบใหญ่ๆ เช่น โลจิสติกส์, การเงิน
  • ISTD (Information Systems Technology and Design): เน้นซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์ และการจัดการข้อมูล
  • ASD (Architecture and Sustainable Design): สถาปัตยกรรมและการออกแบบที่ยั่งยืน
สไตล์การเรียน: เน้นการทำ Project-based learning ลงมือทำชิ้นงานจริงเป็นกลุ่ม และข้อดีคือเรียนจบไวภายใน 3.5 ปี (เร็วกว่ามหาวิทยาลัยอื่นครึ่งปี)
.
เรียน Engineering ใน Singapore มีที่ไหนเด่น! l Learning Curve
.
ความโดดเด่น: มหาวิทยาลัยที่เน้นแนวทาง Applied Learning (การเรียนรู้เชิงประยุกต์) มุ่งผลิตบัณฑิตที่พร้อมทำงานได้ทันที จุดเด่นที่สุดคือโปรแกรม IWSP (Integrated Work Study Programme) ซึ่งบังคับให้นักศึกษาต้องไปฝึกงานจริงในอุตสาหกรรมยาวนานถึง 8-12 เดือน
สาขาขึ้นชื่อ: Sustainable Infrastructure Engineering, Mechatronics, Marine Engineering, Telematics (ระบบโทรคมนาคมและยานยนต์)
สไตล์การเรียน: ปฏิบัติจริง 100% เรียนทฤษฎีเพื่อนำไปแก้ปัญหาหน้างานจริง เหมาะกับคนที่ไม่ชอบงานวิจัยจ๋าๆ แต่ชอบการลงมือทำและอยากการันตีโอกาสได้งานทำหลังเรียนจบ
ถ้าขยับมาดูที่ มหาวิทยาลัยเอกชนและสถาบันนานาชาติ (Private Education Institutions – PEIs & International Branch Campuses) ในสิงคโปร์
จุดเด่นหลักๆ คือ ระยะเวลาเรียนที่กระชับกว่า (มักใช้ระบบ Trimester เรียนจบได้ใน 2–3 ปี), เกณฑ์การรับเข้าเรียนยืดหยุ่นกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ และที่สำคัญคือ หลักสูตรส่วนใหญ่จะเป็นการจับมือกับมหาวิทยาลัยชื่อดังจากสหราชอาณาจักร (UK) หรือ Ireland โดยคุณจะเรียนที่สิงคโปร์ แต่ได้ปริญญาบัตรใบเดียวกันส่งตรงมาจากมหาวิทยาลัยแม่ค่ะ
.
เรียน Engineering ใน Singapore มีที่ไหนเด่น! l Learning Curve
.

สถาบันเด่นๆ ที่เปิดสอนสาย Engineering พร้อมรายละเอียด มีดังนี้ค่ะ

สถาบันเอกชนแถวหน้าที่มีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ PSB Academy เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ได้รับฉายาว่าเป็น “The Academy of Future” เพราะเน้นหลักสูตรที่ตอบโจทย์อนาคต มีห้องแล็บวิศวกรรมที่ทันสมัยรองรับการเรียนภาคปฏิบัติ
มหาวิทยาลัยผู้มอบปริญญา: Coventry University (UK – มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากด้านวิศวกรรมยานยนต์และเครื่องกล) และ University of Hertfordshire (UK)
หลักสูตรเด่น:
  • BEng (Hons) Mechanical Engineering
  • BEng (Hons) Electrical and Electronic Engineering
  • BEng (Hons) Robotics and Artificial Intelligence (สาขานี้กำลังมาแรงมาก เรียนเจาะลึกเรื่อง AI และหุ่นยนต์)
จุดเด่น: เรียนจบไว (หากเข้าแบบ Fast-track หรือมีพื้นฐานมา สามารถจบได้ภายใน 16–24 เดือน) เน้นสกิลที่พร้อมทำงานจริง และมีอัตราการจ้างงานของบัณฑิต (Employability) ค่อนข้างสูง
.
สถาบันเก่าแก่ที่มีโรงงานและแล็บวิศวกรรมของตัวเอง MDIS เป็นสถาบันเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ (School of Engineering) ของที่นี่ค่อนข้างโดดเด่น เพราะลงทุนกับสิ่งอำนวยความสะดวกสูงมาก มีแล็บที่ติดตั้งเครื่องจักร CNC, เครื่องพิมพ์ 3D และซอฟต์แวร์ระดับอุตสาหกรรม เช่น SolidWorks, Ansys และ MATLAB ให้เด็กได้ลองใช้จริง
มหาวิทยาลัยผู้มอบปริญญา: Teesside University (UK)
หลักสูตรเด่น:
  • BEng (Hons) Mechanical Engineering
  • BEng (Hons) Electronic and Electrical Engineering
จุดเด่น: หลักสูตรมีความดั้งเดิมและแข็งแกร่งในสายงานหลัก (Mechanical / Electrical) เหมาะกับคนที่ต้องการเรียนวิศวะสายหลักเพื่อไปสอบใบประกอบวิชาชีพ หรือทำงานในโรงงานและโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน
.
เปิดสอนร่วมกับ Kaplan Singapore เพราะ UCD เป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อป 1% ของโลก (อันดับที่ 118 จาก QS World University Rankings) และคณะบริหารธุรกิจ (UCD Michael Smurfit Graduate Business School) ยังได้การรับรองระดับ Triple-Crown Accreditation (จาก AACSB, AMBA และ EQUIS) ซึ่งมีมหาวิทยาลัยไม่ถึง 1% ในโลกที่ได้ครบทั้ง 3 สถาบันนี้ค่ะ
หลักสูตร Fintech ของ UCD ที่เปิดสอนที่ Kaplan Singapore มีรองรับทั้งระดับ ปริญญาตรี และ ปริญญาโท โดยมีรายละเอียดเจาะลึกดังนี้ค่ะ
ระดับปริญญาตรี: Bachelor of Business Studies (Honours) (FinTech) (Top-up)
หลักสูตรนี้เป็นแบบ Top-up Degree ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ที่เรียนจบอนุปริญญา (Diploma) มาก่อน แล้วต้องการมาเรียนต่อให้จบปริญญาตรีอย่างรวดเร็ว
ระยะเวลาเรียน: 18 เดือน (เรียนจบได้ไวมาก)
หากจบอนุปริญญา/ปวส. จากไทย หรือสถาบันเอกชนอื่นๆ ทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาเป็นรายบุคคล (Case-by-case)
วิชาเด่นๆ ที่ต้องเรียน
หลักสูตรนี้จะเน้นหนักไปทาง การบริหารธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีการเงิน วิชาที่เรียนจึงค่อนข้างทันสมัย เช่น:
  • Introduction to Machine Learning (ปูพื้นฐาน AI ที่ใช้ในโลกการเงิน)
  • Business & Data Analytics for Finance (การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก)
  • Cyber Security (ความปลอดภัยทางไซเบอร์ของระบบการเงิน)
  • Finance and Financial Institutions (โครงสร้างและกลไกของสถาบันการเงิน)
จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของ UCD ที่ Kaplan Singapore
  1. ใบปริญญาใบเดียวกันส่งตรงจากไอร์แลนด์: แม้จะเรียนที่แคมปัส Kaplan สิงคโปร์ แต่ในใบปริญญาและ Transcript ที่ได้รับตอนเรียนจบ จะระบุชื่อ University College Dublin โดยไม่มีคำว่า “Kaplan” หรือ “Singapore” ปรากฏอยู่ ศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับคนที่บินไปเรียนที่แอร์แลนด์ 100% ค่ะ
  2. บินตรงมาสอนโดยคณาจารย์จาก UCD (Fly-in Faculty): วิชาหลักๆ จะมีอาจารย์ระดับศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ที่ไอร์แลนด์บินมาสอนร่วมกับอาจารย์ท้องถิ่นในสิงคโปร์ เพื่อคงมาตรฐานวิชาการสูงสุด
  3. โอกาสบินไปเรียน Summer School ที่ไอร์แลนด์: ตัวหลักสูตรเปิดโอกาสให้นักศึกษาในสิงคโปร์สามารถเลือกบินไปเรียนวิชาเลือกบางตัว (เช่น Corporate and Competitive Strategy) ที่แคมปัสหลัก (Belfield Campus) ณ ประเทศไอร์แลนด์ ในช่วงเดือนสิงหาคมได้ด้วย เพื่อเปิดประสบการณ์ยุโรป
.

โอกาสทางอาชีพหลังเรียนจบ

.
เนื่องจากสิงคโปร์เป็น Hub ของธนาคารระดับโลก บัณฑิตที่จบสายนี้จาก UCD มักเข้าไปทำงานในตำแหน่ง:
  • FinTech Product Insights Analyst (นักวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ฟินเทค)
  • Financial Analyst / Risk Analyst (นักวิเคราะห์ความเสี่ยงและการเงิน)
  • ESG Analyst (นักวิเคราะห์ด้านความยั่งยืนและการเงินสีเขียว)
  • Blockchain/Cyber Security Consultant ในบริษัทที่ปรึกษาหรือสถาบันการเงิน
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: หลักสูตรนี้ของ UCD จะค่อนข้างค่อนไปทาง Business-Driven (เน้นการนำเทคโนโลยีไปบริหารจัดการและวางกลยุทธ์ธุรกิจ) มากกว่าแนว Hard-Coding (ไม่ได้เน้นนั่งเขียนโค้ดเพียวๆ ทั้งวันเหมือนคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์) ซึ่งเหมาะมากๆ สำหรับคนที่อยากทำงานบริหารโครงการ หรือทำงานเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างทีม Developer กับฝั่งธุรกิจ
…….

 

 

 

FAQ 5 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรียน Engineering ใน Singapore

มหาวิทยาลัยรัฐบาลสิงคโปร์ มีที่ไหนเด่นด้านวิศวะบ้าง และแต่ละแห่งต่างกันยังไง?
มหาวิทยาลัยรัฐของสิงคโปร์ (Autonomous Universities) ถือเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลกครับ โดยมี 4 แห่งหลักๆ ที่โดดเด่นด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่ละแห่งมี “DNA” ที่ต่างกันชัดเจน ดังนี้ค่ะ:

1.NUS (National University of Singapore): พี่ใหญ่ “Top 10 ของโลก” เน้นวิชาการเข้มข้น งานวิจัยเชิงลึก ล่าสุดเน้นการเรียนแบบข้ามสาย (Interdisciplinary)

สาขาเด่นคือ Civil, Chemical และ Electrical Engineering

2. NTU (Nanyang Technological University): คู่แข่งตลอดกาล ติด “Top 15 ของโลก” มีห้องแล็บที่ล้ำสมัยมาก และมี Corporate Labs ร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง BMW และ Rolls-Royce เด่นมากด้าน Materials Science และ Aerospace Engineering

3. SUTD (Singapore University of Technology and Design): มหาลัยสุดล้ำที่จับมือกับ MIT (USA) เน้นการเรียนผ่าน Design-Thinking และการทำโปรเจกต์สร้างนวัตกรรมใหม่ ที่สำคัญคือเรียนจบไวภายใน 3.5 ปี

4. SIT (Singapore Institute of Technology): สายลุยเน้น Applied Learning (ภาคปฏิบัติ)

จุดเด่นคือโปรแกรม IWSP ที่บังคับให้นักศึกษาต้องไปฝึกงานจริงในอุตสาหกรรมยาวนาน 8-12 เดือน เรียนจบพร้อมทำงานได้ทันที

ทุน 'Tuition Grant' ของรัฐบาลสิงคโปร์คืออะไร และคุ้มไหมที่จะรับ?
Tuition Grant คือทุนที่รัฐบาลสิงคโปร์มอบให้นักศึกษาต่างชาติ (รวมถึงเด็กไทย) ที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลได้ โดยรัฐจะช่วยออกค่าเล่าเรียนให้เกินครึ่งหนึ่ง ทำให้ประหยัดค่าเท็จจริงไปได้มหาศาลค่ะ

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้: แลกกับการที่เมื่อเรียนจบแล้ว คุณต้องทำงานในบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 3 ปี

ถามว่าคุ้มไหม? บอกเลยว่า คุ้มมากค่ะ! เพราะนี่ไม่ใช่ข้อผูกมัดที่น่ากลัว แต่คือโอกาสทองในการสตาร์ทชีวิตการทำงานในศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับโลก ได้เงินเดือนเรทสิงคโปร์ และได้โปรไฟล์การทำงานระดับสากลทันทีหลังเรียนจบ

ถ้าเกรดไม่ได้เป๊ะ แต่อยากได้ปริญญาระดับโลกและเรียนจบไว มหาวิทยาลัยเอกชน/นานาชาติ ตอบโจทย์ไหม?
ตอบโจทย์มากค่ะ! สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชนและสถาบันนานาชาติ (Private Education Institutions) ในสิงคโปร์ จุดขายหลักคือ “Fast-Track & Global Degree” คุณจะได้เรียนหลักสูตรและได้ใบปริญญาใบเดียวกันส่งตรงมาจากมหาวิทยาลัยแม่ใน UK หรือ Ireland แต่เกณฑ์การรับเข้ายืดหยุ่นกว่า และเรียนจบไวกว่า (ประมาณ 2 – 3 ปี) ที่สำคัญคือ ไม่มีข้อผูกมัดเรื่องทุน เรียนจบแล้วมีอิสระเต็มที่

สถาบันเด่นๆ ได้แก่:

🛠️ 1. Coventry University @ PSB Academy (สายเทคล้ำอนาคต)

ดีกรี: มหาวิทยาลัยชื่อดังจาก UK ที่โดดเด่นระดับโลกด้านวิศวกรรม

หลักสูตรเด่น:
– Mechanical Engineering
– Electrical Engineering
– และสาขามาแรงอย่าง Robotics and Artificial Intelligence (หุ่นยนต์และ AI)

จุดเด่น: แคมปัสทันสมัยระดับ “Academy of Future” เน้นนวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ Fast-track เรียนจบไวใน 16-24 เดือน (ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน) โอกาสได้งานสูงมาก!

⚙️ 2. Teesside University @ MDIS (สายวิศวะดั้งเดิม พลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรม)

ดีกรี: มหาวิทยาลัยชั้นนำจาก UK ที่ขึ้นชื่อเรื่องหลักสูตรวิศวกรรมที่แข็งแกร่ง

หลักสูตรเด่น:
– BEng (Hons) Mechanical Engineering
– BEng (Hons) Electronic and Electrical Engineering

จุดเด่น: ที่ MDIS มี School of Engineering ที่ลงทุนกับห้องแล็บหนักมาก! น้องๆ จะได้ฝึกงานจริงกับเครื่องจักร CNC, เครื่องพิมพ์ 3D และซอฟต์แวร์ระดับโลกอย่าง SolidWorks และ MATLAB เหมาะกับคนที่ชอบลงมือทำจริงแบบเต็มเหนี่ยวฃ

3. Kaplan Singapore: พันธมิตรกับ UCD (University College Dublin) มหาลัยท็อป 1% ของโลกจากไอร์แลนด์
เรียนสั้น จบไวใน 24 เดือน ได้วุฒิตรงส่งตรงจากยุโรป

ข้อดี: มีทุนมอบให้ด้วย โดยไม่มีข้อผูกมัดเรื่องทุน เรียนจบแล้วเลือกอนาคตได้อย่างอิสระ!

กำลังเล็งสาย 'FinTech' และ 'Engineering Management' ที่สิงคโปร์มีหลักสูตรไหนแนะนำบ้าง?
ทั้งสองสายนี้คือหลักสูตร “ลูกผสม” (Hybrid) ที่ตลาดงานทั่วโลกแย่งตัวกันมากที่สุดในปัจจุบันครับ ในสิงคโปร์มีหลักสูตรเด่นๆ ที่แนะนำดังนี้ค่ะ:

| สาขาวิชา | สถาบันที่แนะนำ | จุดเด่นของหลักสูตร |
| :— | :— | :— |
| **FinTech** | UCD at Kaplan Singapore | ระดับ ป.ตรี (Top-up) และ ป.โท เรียนจบไวใน 2 ปี ได้วุฒิตรงจากมหาวิทยาลัยท็อป 1% ของโลกจากไอร์แลนด์ (ได้การรับรองระดับ Triple Crown) เน้นเรียน Machine Learning, Cyber Security และการวางกลยุทธ์ธุรกิจการเงิน |
| **FinTech** | SIT (Public Uni) | หลักสูตร 3 ปีร่วมกับธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เน้นการโค้ดดิ้งและฝึกงานจริง 8 เดือน |
| **Engineering Management** | NTU / NUS (Public Uni) | ระดับ ป.โท เน้นปั้นวิศวกรให้เป็นผู้บริหารเทคโนโลยี เรียนเจาะลึกเรื่อง Gen AI, คุมงบประมาณ และโปรเจกต์ใหญ่ |
| **Engineering Management** | PSB Academy | เรียนจบภายใน 12 เดือน (ปริญญาจาก Coventry University, UK) เน้นเรื่อง Industry 4.0 และการบริหารโครงการ |

อยากไปเรียนต่อวิศวะหรือเทคที่สิงคโปร์ ต้องเริ่มต้นวางแผนยังไงดี?
การเตรียมตัวหลักๆ จะขึ้นอยู่กับเส้นทางที่คุณเลือกค่ะ:

1. ถ้าเลือกมหาลัยรัฐบาล: ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า 1-2 ปี เพราะการแข่งขันสูงมาก ต้องทำเกรดเฉลี่ยให้สูง (GPAX) ยิ่งถ้ามีคะแนนสอบระดับสากล เช่น SAT, AP, IB หรือ A-Level รวมถึงคะแนนภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL) ที่ดี จะช่วยเพิ่มโอกาสได้มากค่ะ

2. ถ้าเลือกมหาลัยเอกชน/นานาชาติ:
ขั้นตอนจะกระชับกว่า สามารถใช้เกรดเฉลี่ย ม.6 (หรืออนุปริญญา/ปวส. หรือ GED สำหรับเข้าป.ตรี Top-up) และคะแนน IELTS ยื่นสมัครตามรอบเปิดเรียน (Intakes) ที่มีหลากหลายตลอดทั้งปีได้เลย

🚀 สรุปส่งท้าย
ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นการคว้าใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก หรือการมองหาทางลัดเรียนจบไวเพื่อรีบก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน “สิงคโปร์” มีระบบการศึกษาที่พร้อมจะผลักดันคุณให้ไปได้ไกลที่สุดแน่นอนค่ะ

ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกณฑ์การรับเข้าเรียนของแต่ละสถาบัน, ขั้นตอนการสมัคร, การเตรียมเอกสารวีซ่า หรืออยากให้ช่วยประเมินโปรไฟล์เพื่อเลือกมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมที่สุด สามารถติดต่อ Learning Curve ได้เลยค่ะ!** พี่ๆ ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการเรียนต่อสิงคโปร์ให้คุณฟรีในทุกขั้นตอนค่ะ

.
.

ปรึกษาแนวทางที่เหมาะกับลูกคุณได้ที่

Yaadakul Praekunvanich (P’Bobbie)

Education Consultant

Direct Mobile No. : 065-562-6464 หรือคลิกปุ่ม

Line ID : @learningcurve หรือคลิกปุ่ม

Line@Learning Curve

 

ติดต่อ 0-2943-8380
คลิกเพื่อโทร