เจาะลึก 3 มหาลัยเอกชนตัวท็อปในสิงคโปร์
SIM & KAPLAN & PSB ACADEMY เลือกที่ไหนดี?

เจาะลึก มหาลัยเอกชนตัวท็อปในสิงคโปร์

เจาะลึก มหาลัยเอกชนตัวท็อปในสิงคโปร์

เจาะลึก 3 มหาลัยเอกชนตัวท็อปในสิงคโปร์: SIM vs Kaplan vs PSB Academy เลือกที่ไหนให้ตรงจริตที่สุด?

การไปเรียนต่อสิงคโปร์กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักเรียนไทย เพราะนอกจากจะใกล้บ้านและปลอดภัยแล้ว ระบบการศึกษาที่นี่ส่วนใหญ่เป็นแบบ Transeducational Degree คือ เรียนในสิงคโปร์แต่ได้วุฒิปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยดังในอังกฤษหรือออสเตรเลียโดยตรง คำถามยอดฮิตคือ “จะเลือกที่ไหนดีระหว่าง SIM, Kaplan หรือ PSB?” วันนี้เราจะมาเจาะลึกหมัดต่อหมัดค่ะ

.

1. SIM Global Education: “พี่ใหญ่สายวิชาการ มาตรฐานระดับโลก”

ถ้าคุณกำลังมองหา “ประสบการณ์มหาลัย” ที่ใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยของรัฐมากที่สุด SIM คือคำตอบค่ะ

  • จุดเด่น: มีแคมปัสเป็นของตัวเองที่กว้างขวาง (Clementi Road) มีโรงยิม ห้องสมุดขนาดใหญ่ และชมรมมากกว่า 70 ชมรม
  • มหาวิทยาลัยพาร์ทเนอร์: เน้นมหาวิทยาลัยระดับ Tier 1 เช่น University of London (LSE/UCL), University of Birmingham และ RMIT
  • Vibe การเรียน: ค่อนข้างเคร่งครัดทางวิชาการ การสอบมีความเข้มข้นสูง เหมาะกับคนที่อยากได้วุฒิจากมหาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก (Global Ranking สูง)
  • เหมาะสำหรับ: สาย Business, Economics, และ Finance ที่ต้องการคอนเนคชันและโปรไฟล์ที่แข็งแกร่ง
.

 2. Kaplan Singapore: “ทางลัดสู่ความสำเร็จ ใจกลางเมือง”

Kaplan คือสถาบันที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบความคล่องตัวและอยากรีบเรียนจบเพื่อออกไปทำงาน

  •  จุดเด่น: ทำเลดีที่สุด อยู่ย่าน Orchard/Dhoby Ghaut เดินทางสะดวกมาก และการจัดการเรียนการสอนมีความยืดหยุ่นสูง
  • มหาวิทยาลัยพาร์ทเนอร์: โดดเด่นด้วย Murdoch University (Australia) และ University College Dublin (Ireland) ซึ่งเป็นโรงเรียนบริหารธุรกิจระดับท็อปของยุโรป รวมทั้ง University of Portsmouth (UK)
  • Vibe การเรียน: เน้นการประยุกต์ใช้ในสายอาชีพ บรรยากาศแบบคนเมือง (Urban Campus) ระยะเวลาเรียนมักจะสั้นกว่า (Fast-track)
  • เหมาะสำหรับ: สาย Marketing, Management, และ Media ที่อยากจบไว (2 ปีจบ) และชอบชีวิตในเมือง

.

3. PSB Academy: “The Future Academy เน้นสายเทคและปฏิบัติ”

หากคุณมาสาย STEM (Science, Technology, Engineering, Sport Sciences, Biomedical เป็นต้น) ที่นี่คือเบอร์หนึ่งของสถาบันเอกชนค่ะ

  •  จุดเด่น: ห้องแล็บและอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยที่สุด โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์การกีฬา
  • มหาวิทยาลัยพาร์ทเนอร์: พาร์ทเนอร์หลักคือ University of Newcastle (Australia) และ Coventry University (UK) ซึ่งเด่นด้านวิศวะและไอที
  • Vibe การเรียน: เน้นการลงมือทำ (Practical) มากกว่าทฤษฎีจ๋าๆ มีความร่วมมือกับอุตสาหกรรมสูง
  • เหมาะสำหรับ: สาย IT, Cybersecurity, Engineering, และ Life Sciences

บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ:

.
  • เลือก SIM ถ้าคุณอยากได้ “ชื่อเสียง” และบรรยากาศมหาลัยที่สมบูรณ์แบบ
  • เลือก Kaplan ถ้าคุณอยาก “จบไว” และชอบความคล่องตัวใจกลางเมือง
  • เลือก PSB Academy ถ้าคุณอยากได้ “ทักษะสายอาชีพ” โดยเฉพาะสายเทคโนโลยี วิศวกรรม

ก้าวต่อไป: ลองเข้าไปดูรายละเอียดวิชาที่ชอบ (Module) ของแต่ละที่ในเว็บไซต์ของแต่ละมหาวิทยาลัย แล้วดูว่ามหาวิทยาลัยพาร์ทเนอร์ไหนที่ “คลิก” กับเป้าหมายในอนาคตของคุณที่สุดค่ะ!

Roadmap เดือน เตรียมตัวบินไปเรียนต่อสิงคโปร์

Roadmap: เตรียมตัว 6 เดือนก่อนบินไปสิงคโปร์ (Timeline for Thai Students)

การเตรียมตัวล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญ เพราะสิงคโปร์ทำงานไวมาก! ถ้าเตรียมตัวดี น้องจะประหยัดเวลาและลดความเครียดได้เยอะเลยค่ะ

 

เดือนที่ 1: “จัดกระเป๋า & เตรียมบิน

  • IPA Letter: เมื่อวีซ่าผ่าน น้องจะได้ใบ In-Principle Approval (IPA) ให้พิมพ์ออกมาเพื่อใช้เข้าประเทศสิงคโปร์
  • Final Packing: เตรียมเสื้อผ้า (สิงคโปร์อากาศเหมือนไทย แต่ในห้องเรียนแอร์หนาวมาก!) เตรียมยาประจำตัว และแลกเงิน SGD ไว้บางส่วน
  • SG Arrival Card: อย่าลืมกรอกใบเข้าเมืองออนไลน์ 3 วันก่อนบินนะคะ

 

เดือนที่ 2: “ทำวีซ่านักเรียน (Student Pass) & หาที่พัก

  • Student Pass (STP): มหาลัยจะส่งลิงก์ระบบ SOLAR ของ ICA (สิงคโปร์) มาให้ เพื่อให้น้องกรอกข้อมูลขอวีซ่านักเรียน
  • Accommodation: เริ่มหาหอพัก! (Student Hostel หรือ Condo) ย้ำว่า “สิงคโปร์หอเต็มไวมาก” โดยเฉพาะช่วงใกล้เปิดเทอม รีบจองตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ

 

เดือนที่ 3: “รับ Offer & จ่ายค่าเทอม”

  • Letter of Offer: เมื่อมหาลัยตอบรับ น้องจะได้ใบตอบรับเข้าเรียน (Offer Letter)
  • Payment: ชำระค่าเล่าเรียนงวดแรก (First Installment) และค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อยืนยันสิทธิ์

 

เดือนที่ 5-4: “เตรียมเอกสาร & สมัครเรียน

  • Document Prep: ขอ Transcript และ Graduation Certificate เป็นฉบับภาษาอังกฤษจากโรงเรียน/มหาลัยเดิม
  • Apply Now: ยื่นใบสมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์มหาลัย หรือเอเจนซี่ที่เป็นตัวแทนในไทย
  • Passport: เช็กวันหมดอายุพาสปอร์ต ต้องเหลืออย่างน้อย 6 เดือนนะคะ

 

เดือนที่ 6: “ตัดสินใจ & ปั่นภาษา

  • Finalize Your Choice: ตัดสินใจเลือกสถาบัน (SIM / Kaplan / PSB) และคณะที่อยากเรียน
  • IELTS/TOEFL Exam: รีบสอบภาษาอังกฤษให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ (ส่วนใหญ่ 5.5 – 6.0)
  • Tip: ถ้าคะแนนไม่ถึง ไม่ต้องตกใจ! ติดต่อเอเจนซี่หรือมหาลัยเพื่อทำ Placement Test เพื่อเรียนคอร์สภาษาก่อนได้ค่ะ

 

“การเลือกมหาลัยไม่ได้อยู่ที่ว่าที่ไหน ‘ดีที่สุด’ แต่อยู่ที่ว่าที่ไหน ‘เหมาะกับเป้าหมายของเราที่สุด’ หากคุณเน้นวิชาการจ๋าๆ ไป SIM เน้นความคล่องตัวจบไวไป Kaplan หรือเน้นสายเทคโนโลยีไป PSB Academy ไม่ว่าเลือกทางไหน สิงคโปร์จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเป็น Global Citizen แน่นอนค่ะ!”

 

 

FAQ 5 คำถามเด็ดที่นักเรียนไทยต้องรู้ (The Killer Questions)

 

วุฒิที่ได้เหมือนกับไปเรียนที่ประเทศแม่ (UK/Australia) จริงไหม?

จริง 100% ครับ ใบปริญญาที่น้องได้รับจะออกโดยมหาวิทยาลัยพาร์ทเนอร์โดยตรง รูปแบบใบปริญญาเหมือนกันทุกประการ และไม่มีการระบุชื่อสิงคโปร์ลงไปในใบปริญญา

จบมหาลัยเอกชน (PEI) ที่สิงคโปร์ ก.พ. ไทยรับรองไหม?

รับรองค่ะ เนื่องจากสถาบันเหล่านี้พาร์ทเนอร์กับมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะอยู่แล้ว น้องสามารถนำวุฒิกลับมาใช้สมัครงาน, ราชการหรือเรียนต่อในไทยได้ปกติค่ะ

ทำงาน Part-time ระหว่างเรียนได้ไหม?

ไม่ได้ค่ะ ตามกฎหมายสิงคโปร์ นักเรียนในสถาบันเอกชน (PEI) ไม่อนุญาตให้ทำงาน Part-time หากฝ่าฝืนมีโทษปรับและอาจโดนยกเลิกวีซ่า ดังนั้นควรเตรียมงบประมาณสำหรับค่าครองชีพให้พร้อมค่ะ

ถ้าคะแนน IELTS ไม่ถึงเกณฑ์ที่มหาลัยกำหนด ทำอย่างไร?

ไม่ต้องกังวลค่ะ ทุกสถาบันมีคอร์ส Academic English ของตัวเอง น้องสามารถเข้าไปเรียนปรับพื้นฐานภาษาก่อน (ประมาณ 3-10 เดือน ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน) เมื่อผ่านแล้วก็สามารถเข้าเรียนต่อในระดับ Diploma หรือ Degree ได้เลยโดยไม่ต้องสอบ IELTS ใหม่

งบประมาณเฉลี่ยต่อปี (ค่าเทอม + ค่ากินอยู่) อยู่ที่เท่าไหร่?

โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 800,000 – 1,200,000 บาทต่อปี ค่ะ (ขึ้นอยู่กับคณะและไลฟ์สไตล์) ซึ่งเมื่อเทียบกับการไปเรียนที่อังกฤษหรือออสเตรเลียโดยตรง จะประหยัดกว่าประมาณ 30-50% แถมยังจบเร็วกว่าด้วยค่ะ

 

ปรึกษาแนวทางที่เหมาะกับลูกคุณได้ที่

Yaadakul Praekunvanich (P’Bobbie)

Education Consultant

Direct Mobile No. : 065-562-6464 หรือคลิกปุ่ม

Line ID : @learningcurve หรือคลิกปุ่ม

Line@Learning Curve

ติดต่อ 0-2943-8380
คลิกเพื่อโทร